ชุดเหย้า-เยือนคืออะไร ทำไมถึงมีชุดเยือนหลายแบบไปถึงชุดที่ 5

ชุดเหย้า-เยือนคืออะไร ทำไมถึงมีชุดเยือนหลายแบบไปถึงชุดที่ 5

ชุดเหย้า ชุดเยือน คืออะไร เจาะลึกเหตุผลที่เสื้อบอลมีถึง 5 ชุด

ชุดเหย้า ชุดเยือน คืออะไร

เทรนด์เสื้อฟุตบอลในปัจจุบันก้าวข้ามขอบเขตจากชุดกีฬาไปสู่ไอเทมแฟชั่นอย่างเต็มตัว แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมต้องแบ่ง "ชุดเหย้า" และ "ชุดเยือน" อย่างชัดเจน และทำไมทีมยุคนี้ถึงขยันคลอดเสื้อแข่งออกมามากมายลากยาวไปถึงชุดที่ 5 หรือเสื้อ Fifth Kit วันนี้ Ari ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์กีฬาครบวงจรระดับแนวหน้าของเมืองไทย ได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกและเกร็ดประวัติศาสตร์ที่จะพาคุณไปไขคำตอบและเข้าใจหน้าที่ของเสื้อแข่งแต่ละประเภทอย่างถ่องแท้

ชุดเหย้าคืออะไร และทำไมต้องมีชุดเยือน (Away)

สำหรับแฟนบอลหน้าใหม่หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มหันมาสนใจแต่งตัวด้วยเสื้อกีฬา อาจจะเคยสงสัยว่าทำไมในหนึ่งฤดูกาลแต่ละสโมสรถึงต้องเปิดตัวชุดแข่งออกมามากมายหลายแบบจนจำแทบไม่หวาดไม่ไหว

เสื้อ Home (ชุดเหย้า) คืออะไร

เสื้อ Home (ชุดเหย้า) คืออะไร

ชุดเหย้าหรือเสื้อ Home Kit คือ เสื้อแข่งตัวหลักที่ทีมฟุตบอลใช้สวมใส่เมื่อได้ลงเล่นในฐานะเจ้าบ้าน สีสันและลวดลายบนตัวเสื้อจะถอดรหัสมาจากประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ประจำสโมสร เช่น เสื้อ Home Kit ของเสื้อแมนยู ที่ครองความเกรียงไกรด้วยสีแดงเพลิง หรือเสื้อลิเวอร์พูลกับสีแดงล้วนอันเป็นสัญลักษณ์ของแม่น้ำเมอร์ซีย์ไซด์ การสวมใส่ ชุดเหย้า ลงสนามจึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของกฎการแข่งขัน แต่เป็นศูนย์รวมจิตใจ ศักดิ์ศรี และการแสดงสัจจะวาจาว่าจะร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับทีมรักอย่างไร้ข้อกังขา

เสื้อ Away (ชุดเยือน) คืออะไร

เสื้อ Away (ชุดเยือน) คืออะไร

ชุดเยือนหรือเสื้อ Away Kit คือ เสื้อแข่งสำหรับสวมยามต้องออกเดินทางไปแข่งขันในฐานะทีมเยือน หน้าที่หลักของมันคือการป้องกันสีกางเกงหรือเสื้อผ้าสับสนกันในสนาม ซึ่งจุดเริ่มต้นของ เสื้อ Away Kit นั้น ย้อนไปไกลถึงยุคการถ่ายทอดสดระบบทีวีขาวดำที่ผู้ชมต้องการความต่างของโทนสีสว่างและสีมืดอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับความดุดันและล้ำสมัยของเสื้ออาร์เซน่อลในโทนสีเหลืองหรือดำ เสื้อเยือนจึงเปรียบเสมือนพื้นที่ทดลองงานดีไซน์ และตัวแทนแห่งความท้าทายในการบุกไปประกาศศักดาบนดินแดนของคู่แข่งทั่วโลก

เสื้อ Third, Fourth และ Fifth Kit มีไว้ทำไม

เมื่อฟุตบอลก้าวเข้าสู่ยุคโมเดิร์นที่ธุรกิจและแฟชั่นหมุนเวียนไปอย่างรวดเร็ว เสื้อแข่งจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่สองสีหลักอย่างเหย้าและเยือนอีกต่อไป

เสื้อ Third, Fourth และ Fifth Kit มีไว้ทำไม

H3 เสื้อ Third Kit (ชุดที่ 3) ทางเลือกสำรองในแมตช์ที่สีหลักชนกัน

เสื้อ Third Kit หรือชุดแข่งที่สาม คือ เสื้อแข่งที่เป็นตัวสำรองฉุกเฉินยามสีเสื้อของทีมเหย้าและทีมเยือนเกิดการชนกัน (Color Clash) จนแยกแยะยาก ดีไซน์จึงมักฉีกแนวไปใช้โทนสีที่ตัดกันอย่างสุดขั้ว เช่น สีสว่างสะท้อนแสง หรือสีดำเข้ม เพื่อเคลียร์ทัศนวิสัยในสนามให้คมชัดและป้องกันความสับสนของนักเตะรวมถึงผู้ตัดสิน ซึ่งเรามักจะเห็นลวดลายและสีสันแปลกใหม่แบบนี้ในเกมที่ออกไปลุยศึกถ้วยยุโรป จนกลายเป็นคอลเลกชันยอดฮิตของแฟนบอลสายสตรีทที่รักในดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์

H3 เสื้อ Fourth Kit (ชุดที่ 4) และ เสื้อ Fifth Kit (ชุดที่ 5) มิติใหม่แห่งการคอลแลปส์

เสื้อ Fourth Kit และ เสื้อ Fifth Kit คือ ชุดแข่งลำดับที่สี่และห้าของสโมสร เสื้อเหล่านี้มักจะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเน้นใช้งานจริงในสนามแข่งขันเป็นหลัก แต่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาในฐานะสินค้า Limited Edition หรือ Special Kit ความโดดเด่นของเสื้อแข่งเหล่านี้คือการก้าวข้ามกรอบขนบเดิมๆ ของฟุตบอล โดยการจับมือคอลแลปส์ข้ามวงการระหว่างสโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่และแบรนด์แฟชั่นชื่อดังระดับโลก หรือแบรนด์สตรีทแวร์สุดฮิป เพื่อให้เกิดชิ้นงานที่โดดเด่นสะดุดตาและมีคุณค่าแก่การสะสม

หนึ่งในตัวอย่างที่สะเทือนวงการฟุตบอลและแฟชันมากที่สุดคือการร่วมงานกันระหว่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กับแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Jordan ที่ร่วมกันปล่อยชุดแข่งที่ 4 ออกมาเขย่ากระเป๋าเงินแฟนบอลสายสตรีทจนขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หรือแม้แต่สโมสรยักษ์ใหญ่อื่นๆ เช่น บาเยิร์น มิวนิค ยูเวนตุส หรือ บาร์เซโลนา ที่หันมาจับมือกับศิลปินและดีไซเนอร์ชั้นนำเพื่อผลิตชุดพิเศษสำหรับการลงเล่นในบิ๊กแมตช์หรือโอกาสพิเศษโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปลุกกระแสการแต่งตัวด้วยเสื้อบอล ให้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมไปทั่วโลก และสลายเส้นแบ่งระหว่างสตรีตแวร์กับเสื้อกีฬาไปโดยสิ้นเชิง เสื้อเหล่านี้กลายเป็นสินค้ารุ่นลิมิเต็ดที่ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาดรีเซลทันทีที่วางจำหน่ายหมดลง

3 เหตุผลที่สโมสรยุคใหม่ต้องผลิตเสื้อบอลถึงชุดที่ 5

ทำไมสโมสรยุคใหม่ต้องผลิตเสื้อบอลถึงชุดที่ 5

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า การมีเสื้อแข่งมากมายขนาดนี้เกิดจากความจำเป็นจริงๆ หรือเป็นเพียงกลยุทธ์ทางธุรกิจที่จ้องจะดึงเงินจากกระเป๋าแฟนบอลกันแน่

1. กฎกติกาการแข่งขันที่เข้มงวดของลีกและถ้วยยุโรป

ในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพระดับท็อปอย่างพรีเมียร์ลีกอังกฤษ หรือ UEFA Champions League มีกฎควบคุมสีเสื้อ กางเกง และถุงเท้าที่เข้มงวดมากเพื่อเลี่ยงปัญหา Color Clash (สีชนกัน) โดยการพิจารณาครอบคลุมความคล้ายคลึงของชุดทั้งตัวเสื้อ กางเกง ไปจนถึงถุงเท้า หากเกิดกรณีโทนสีชนกันในสนามจนรบกวนการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินและทีมถ่ายทอดสด สโมสรจึงจำเป็นต้องมีชุดแข่งตัวเลือกที่ 3, 4 หรือ 5 สแตนด์บายเอาไว้ให้สอดรับกับความเป๊ะของกติกาการแข่งขันยุคใหม่

2. มูลค่าทางการตลาด (Commercial) และความต้องการ of แฟนบอล

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสื้อแข่งคือแหล่งรายได้หลักที่สำคัญของทุกสโมสรในปัจจุบัน การจัดจำหน่ายเสื้อบอลหลากหลายเวอร์ชันช่วยตอบสนองความชอบที่ต่างกันของกลุ่มแฟนบอล ทั้งกลุ่มที่รักชุดเหย้าสุดคลาสสิก หรือกลุ่มที่สะสมชุดพิเศษดีไซน์เฉพาะตัว การแตกไลน์สินค้าลากยาวไปจนถึงเสื้อชุดที่ 4 และ 5 จึงกระตุ้นยอดขายได้อย่างดีเยี่ยม และนำผลกำไรกลับมาจุนเจือสโมสรในการซื้อขายนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ภายใต้กฎการเงิน (Financial Fair Play)

3. แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ (Blokecore Culture)

ยุคทองของเทรนด์แฟชัน "Blokecore" ปลุกกระแสการหยิบเสื้อบอลมามิกซ์แอนด์แมตช์กับกางเกงยีนส์หรือสตรีทแวร์ในชีวิตประจำวัน นักออกแบบยุคนี้จึงไม่เพียงพัฒนาเทคโนโลยีเนื้อผ้าในสนาม แต่ยังเน้นเรื่องสุนทรียศาสตร์และการสวมใส่จริงนอกสนาม เสื้อแข่งตัวเลือกที่ 3, 4 และ 5 จึงมักถูกสร้างสรรค์ออกมาให้มีความเป็นสตรีทแวร์ สวมใส่ง่าย เข้าคู่กับแจ็กเก็ตหรือกางเกงลำลองได้ดี ช่วยสลายเส้นแบ่งของโลกแฟชั่นและกีฬาได้อย่างลงตัว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับชุดเหย้าชุดเยือน

กฎการเลือกเสื้อทีมเหย้าและทีมเยือน ใครมีสิทธิ์เลือกสีก่อนในแมตช์การแข่งขัน

ตามกฎสากล "ทีมเหย้า" จะได้สิทธิ์ในการเลือกใส่ชุดเหย้าของตัวเองก่อนเสมอ ส่วน "ทีมเยือน" มีหน้าที่ต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้สีเสื้อ กางเกง และถุงเท้าไปซ้ำหรือคล้ายคลึงกับทีมเหย้า หากเสื้อเยือน (Away) ยังมีสีใกล้เคียงกันอีก ทีมเยือนจะต้องใช้ชุดที่ 3 (Third) ในการลงแข่งขันแทน เพื่อให้เกิดความชัดเจนที่สุดในการควบคุมและรับชมการแข่งขันผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์

เสื้อบอลเกรดนักเตะ (Player Version) กับเกรดแฟนบอล (Replica / Fan Version) ต่างกันอย่างไร

เกรดนักเตะ (Player) จะถูกออกแบบมาเพื่อการแข่งขันในสนาม เทคโนโลยีเนื้อผ้าจะระบายอากาศได้ดีกว่า ทรงเสื้อเข้ารูป (Slim Fit) และโลโก้มักเป็นงานสกรีนน้ำหนักเบา ส่วนเกรดแฟนบอล (Replica) จะเน้นความทนทานในการสวมใส่และซักล้าง ทรงเสื้อจะหลวมกว่าเล็กน้อยใส่สบาย และโลโก้มักจะเป็นงานปัก เพื่อมอบสัมผัสที่คุ้มค่าและใช้งานได้ยาวนานในชีวิตประจำวันสำหรับแฟนบอลทั่วไป

ทำไมสโมสรฟุตบอลส่วนใหญ่ต้องเปลี่ยนดีไซน์เสื้อแข่งใหม่ทุกปี

เหตุผลหลักคือด้านการตลาดและการสร้างรายได้ เพื่อกระตุ้นให้แฟนบอลเกิดความต้องการซื้อคอลเลกชันใหม่ในทุกๆ ฤดูกาล นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้แบรนด์ผู้ผลิตกีฬา (เช่น Adidas, Nike, Puma) ได้โชว์นวัตกรรมเนื้อผ้าและดีไซน์ใหม่ๆ รวมถึงการเปลี่ยนผู้สนับสนุนหลัก (Sponsor) บนหน้าอกเสื้อในบางฤดูกาลด้วย เพื่อปรับโฉมให้ภาพลักษณ์ของทีมดูทันสมัยและสดใหม่อยู่ตลอดเวลา

เสื้อแข่งชุดที่ 4 (Fourth Kit) และชุดที่ 5 (Fifth Kit) สามารถนำมาใช้แข่งในแมตช์ทางการได้หรือไม่

สามารถใช้แข่งได้ แต่สโมสรต้องทำการลงทะเบียนชุดแข่งเหล่านั้นกับสมาคมฟุตบอลหรือฝ่ายจัดการแข่งขันของลีกนั้นๆ ก่อนเริ่มฤดูกาล หรือต้องได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ (เช่น แมตช์การกุศล หรือแมตช์ฉลองครบรอบสโมสร) จึงจะสามารถใส่วาดลวดลายในสนามจริงได้ โดยต้องไม่ขัดต่อกฎเกณฑ์เรื่องการแยกแยะสีของเสื้อผ้าและการสื่อสารของผู้ตัดสิน

สรุปชุดเหย้า ชุดเยือน คืออะไร

สรุปบทความ

สรุปแล้วความหลากหลายของเสื้อแข่งในปัจจุบันตั้งแต่ชุดเหย้าไปจนถึงชุดที่ห้า ล้วนสะท้อนถึงการผสมผสานอันสมบูรณ์แบบระหว่างกฎกติกาฟุตบอล มูลค่าทางการตลาด และวัฒนธรรมแฟชั่นยุคใหม่ที่ทำให้เสื้อบอลกลายเป็นสิ่งที่สวมใส่ได้ในทุกโอกาส ส่วนใครที่กำลังมองหาเสื้อฟุตบอลทีมโปรด ไม่ว่าจะเป็นเกรด Player เกรด Repilica หรือเสื้อฟุตบอลคอลเลกชันพิเศษก็มีให้เลือกครบ พร้อมรับสกรีนเสื้อหมายเลขและชื่อได้ที่หน้าสาขา สามารถเข้ามาเช็กสินค้ากันได้ที่ ARI ได้ทางเว็บไซต์ Ari Online ที่พร้อมส่งตรงถึงบ้านคุณ หรือสัมผัสสินค้าจริงได้ที่หน้าร้านทุกสาขาใกล้บ้านคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น